dtac blog

เพราะการวิ่งอาจไม่มีเหตุผลแค่เพื่อออกกำลัง แต่สำหรับหลายคน “การวิ่ง” มีความหมายกับชีวิตมากกว่านั้น 

กุ๊ก’ – นิษฐา แลม พนักงานดีแทคผู้เริ่มต้นออกวิ่งเพียงเพื่อเสริมสร้างพลังกายต่อสู้กับเชื้อโรคจากอุบัติเหตุตกเรือ ด้วยพลังใจที่มั่นคงและเข้มแข็งจากลูกและครอบครัว ทำให้เธอเอาชนะทุกอุปสรรคและกลายเป็นนักวิ่งเต็มตัว เรื่องราวของเธอคือบทพิสูจน์หนึ่งที่ยืนยันว่าการวิ่งสามารถเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายให้สมบูรณ์ และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้

 “เราเป็นพนักงานที่ดีแทค เป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง และเป็นคนที่เบื่อการขับรถ เราสะดวกเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะมากกว่า แม้จะต้องเดินทางหลายต่อก็ตาม ทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถประจำทาง เรือคลองแสนแสบ และรถไฟฟ้าใต้ดิน กลายเป็นข้ออ้างที่ใช้ปฏิเสธการออกกำลังกายมาตลอด เพราะคิดว่าเราไม่มีเวลา แค่เดินทางไปกลับก็เหนื่อยแล้ว”

ชีวิตของเธอดำเนินไปตามกิจวัตรเช่นนี้ตามปกติ จนกระทั่งเธอประสบอุบัติเหตุขณะเดินทาง แล้วเหตุการณ์ในวันนั้นก็ได้เปลี่ยนชีวิตเธอให้ไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล

“ช่วงค่ำๆ ประมาณทุ่มครึ่งของวันที่ 22 มีนาคม 2555 ที่ท่าเรืออโศก เรากำลังจะก้าวขาลงเรือคลองแสนแสบเพื่อนั่งเรือกลับบ้านตามปกติ แต่เรือห่างเกินไป ทำให้ตกน้ำ จมลงไปจนมิดหัว เผลอดื่มน้ำในคลองเข้าไปหลายอึก ตอนนั้นได้ยินคนตะโกนว่ามีคนตกน้ำ คนที่ท่าเรือก็ช่วยกันดึงเราขึ้นมา จากนั้นไปหาหมอที่โรงพยาบาล ต้องนอนพักฟื้นและรับยาฆ่าเชื้อเพื่อเฝ้าดูอาการอยู่หนึ่งคืน พอหมอเห็นว่าอาการปกติจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้”

“ตอนนั้นเรานึกถึงนักร้องชายท่านหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำลงน้ำครำ แม้ตอนแรกนักร้องท่านนั้นจะมีคนมาช่วยไว้และใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ภายหลังกลับพบเชื้อราในสมอง เรากลัวจะเป็นแบบนั้นจนร้องไห้ตลอดเวลา มีน้ำตาเป็นเพื่อน บอกลาลูกและครอบครัวไว้แล้วด้วยซ้ำ คิดว่าลูกเรายังไม่โตเลย เราจะอยู่เห็นเขาโตไหม เลยไปพบคุณหมอที่เคยดูแลนักร้องชายท่านนั้น คุณหมอวิเคราะห์แล้วบอกว่าเราปกติดี เพราะน้ำในคลองมีการเคลื่อนไหวผ่านอยู่ตลอด ไม่เหมือนน้ำครำที่นักร้องชายประสบอุบัติเหตุซึ่งเป็นน้ำนิ่ง คุณหมอแนะนำว่าให้ออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรง”

เหตุผลของการมีชีวิตอยู่เพื่อลูกและครอบครัวทำให้เธอลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการออกวิ่ง แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยก็ตาม

“แรกๆ ก็ออกกำลังกายก๊องๆ แก๊งๆ วิ่งได้นิดหน่อยก็เหนื่อยแล้ว จนเจอข่าวงานวิ่ง Bangkok Post Mini Marathon 2012 ในหนังสือพิมพ์ เลยชวนแฟนสมัคร จุดนี้เหมือนทำให้เราฮึดว่าลงงานวิ่งไว้นะ เพราะอยากมีร่างกายที่แข็งแรง มีเวลาซ้อม 2 เดือน ซ้อมวิ่งวันแรกเหนื่อยมาก วิ่งได้ 200-300 เมตรก็เดินแล้ว แต่เราไม่ท้อ ยังคงซ้อมไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เพิ่มระยะขึ้นวันละนิด จนวันงานเราวิ่งจบ 10 กิโลเมตร ในเวลา 1 ชั่วโมง 20 นาที นั่นคือก้าวแรกที่ทำให้เราวิ่งจริงจัง รู้สึกว่าเราก็ทำได้นี่ รู้สึกสนุก เลยลงงานวิ่งอีกเรื่อยๆ เราจะเลือกจากงานที่ยังไม่เคยลง หรือคำบอกเล่าจากปีก่อนๆ ว่างานนี้จัดดี หรือไม่ก็เป็นสถานที่ที่ยังไม่เคยไป เพื่อจะได้ไปเจอบรรยากาศใหม่ๆ อย่างเส้นทางที่ประทับใจ ยกให้บางแสน 42 เพราะเป็นที่ที่คุณพ่อเคยพาไปเที่ยวตอนเด็กๆ วิ่งทั้งบนเขาสามมุขมีลิงอยู่ข้างๆ และเลียบหาดบางแสน ส่วนเส้นทางที่ยากที่สุดคือ ฮ่องกงมาราธอน เพราะเป็นการวิ่งขึ้นทางด่วนของเกาะฮ่องกง ไม่ได้วิ่งทางตรงเรียบๆ มีขึ้นลงทางด่วน สะพาน ถนน อุโมงค์ข้ามเกาะเกาลูนกับฝั่งฮ่องกงด้วย”

จากนักวิ่งสมัครเล่น เธอฝึกซ้อมสม่ำเสมอและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาโดยตลอด จนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายและพิชิตมาราธอนที่มีระยะทางวิ่งมากที่สุดที่เธอเคยลงวิ่ง

“ตอนนี้ได้ถ้วยรางวัลหลายรายการแล้ว ภูมิใจที่สุดคือชงาน Bangkok Post Mini Marathon 2016 ตามลงงานนี้ทุกปีเพราะเป็นมินิมาราธอนงานแรกที่ลง จนวิ่งได้ถ้วยรางวัล แต่ก็ยังไม่ภูมิใจเท่ากับการวิ่งมาราธอนจบก่อน 4 ชั่วโมงได้สำเร็จ เข้าเส้นชัยมาร้องไห้เลย เพราะเราตั้งใจซ้อมมากๆ คนทั่วไปถ้ามีการซ้อมวิ่งมาบ้าง เวลาที่วิ่งจบมาราธอน น่าจะอยู่กันที่ประมาณ 5 ชั่วโมง หรือต่ำกว่านั้นนิดหน่อย อย่างมาราธอนแรกเราจบที่ 5 ชั่วโมง 18 นาที”

“ส่วนระยะทางวิ่งมากที่สุดที่ทำสำเร็จคือ 71 กิโลเมตร เป็นงานวิ่ง สวนพฤกษ์ อัลตร้า 2018 เราต้องวิ่งรอบสวนนวมินทร์ภิรมย์ ระยะ 2.1 กิโลเมตรให้ได้ 30 รอบ เท่ากับ 63 กิโลเมตร ตอนนั้นเราระยะครบแล้ว แต่เวลายังเหลือ ก็เลยวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ให้ได้ระยะมากที่สุดของตัวเอง จบที่ 71 กิโลเมตร ใช้เวลา 10 ชั่วโมง”

“เคล็ดลับในการวิ่งให้ได้นานจนครบระยะของเราคือ ตั้งเป้าหมายและฝึกซ้อม เช่น ลงฮาร์ฟ มาราธอน 21 กิโลเมตร ก็ควรซ้อมได้ 15-18 กิโลเมตร หรือมินิ มาราธอน 10 กิโลเมตร ควรซ้อมได้ 7-8 กิโลเมตร รองเท้าก็มีผลต่อการวิ่ง ถ้าเพิ่งลองวิ่งควรเลือกรองเท้าฟื้นโฟมหนาช่วยรองรับน้ำหนัก แต่ถ้าวิ่งมานานๆ แล้ว กล้ามเนื้อแข็งแรงต้องการวิ่งทำเวลา ก็สามารถเลือกรองเท้าที่มีน้ำหนักเบารองรับน้อยลงได้ แต่สรีระเท้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรลองใส่ให้รู้สึกว่ากระชับเหมาะกับเราที่สุด”

บนเส้นทางวิ่ง เธอมีจุดเริ่มต้นแตกต่างจากคนทั่วไป แต่เธอฮึดสู้ด้วยสองขาจนเข้าสู่เส้นชัยอย่างสวยงาม แม้ว่าตลอดทางจะต้องแลกด้วยแรงกายและหยาดเหงื่อ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมามีคุณค่าและความหมายลึกซึ้ง ลึกเข้าไปในหัวใจและตัวตนของเธอ เปลี่ยนให้เธอมีชีวิตใหม่อีกครั้ง

“ดีใจที่มีชีวิตอยู่รอดมาวิ่งได้ขนาดนี้ เหมือนได้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตต่อ ได้รู้จักการวิ่ง ถ้าเราไม่ประสบอุบัติเหตุตกคลองในวันนั้น ไม่รู้เลยว่าเราจะมีวันนี้หรือเปล่า จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านมา 6 ปีแล้ว เราคงจะวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เพราะการวิ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว พยายามแบ่งเวลาไปวิ่งอย่างสม่ำเสมอ ลงงานวิ่งและสนุกกับมันอยู่ตลอด งานไหนไม่เคยไปก็จะลองไป เริ่มพัฒนาศักยภาพการวิ่งไปเรื่อยๆ ตั้งเป้าหมายและความท้าทายที่อยากทำ แล้วนำความตั้งใจอันนี้ไปปรับใช้กับการทำงานได้ ทำให้เราอดทน ไม่ยอมแพ้ แม้เป็นเรื่องที่ยากหรือมีอุปสรรค ถ้าเรามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ เราก็จะทำสำเร็จได้”

“เราไม่ได้วิ่งเก่งมาแต่แรก ไม่ใช่คนวิ่งเร็ว และไม่ใช่คนที่เก่งด้านกีฬามาก่อน แต่เราวิ่งเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่กับลูกไปนานๆ ดูแลครอบครัวต่อไปได้ ทำให้ค้นพบศักยภาพในตัวเราเองอีกด้านหนึ่ง เราเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนสามารถทำสิ่งที่ตั้งใจได้สำเร็จถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจ”

“อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย ร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่แจ่มใส จะส่งผลกับเราในหลายๆ เรื่อง ทั้งด้านการทำงาน อารมณ์ และครอบครัว แค่ลองตื่นเช้าขึ้นสักหนึ่งชั่วโมง และออกไปวิ่งหรือออกกำลังกายเบาๆ จะทำให้เราสดชื่นได้ทั้งวัน แล้วถ้าเราอยากอยู่ดูแลคุณพ่อ คุณแม่ ครอบครัวและลูกของเรา เรายิ่งควรต้องทำให้ตัวเองแข็งแรง”

 

POPULAR POST

Get the news into your inbox!

Close Menu