dtac blog

เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดีแทคได้มีโอกาสเปิดบ้านต้อนรับแม่ทัพคนใหม่ ชารัด เมห์โรทรา นักบริหารผู้มีประสบการณ์ในบริษัทโทรคมนาคมของเอเชียมากว่า 20 ปี ตั้งแต่ Ericsson Aircel และเทเลนอร์ เมียนมาร์

ชารัด เกิดและเติบโตในรัฐอุตรประเทศของอินเดีย ห่างจากนครนิวเดลีประมาณ 500 กิโลเมตร เขาจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยปูเน่ (Pune) ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ซึ่งนั่นได้เติมเต็มความฝันของเขาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นตลอด 4 ปีของการศึกษา

เขาเริ่มชีวิตการทำงานที่ Ericsson อินเดีย ซึ่งในขณะนั้นพันธกิจสำคัญของโลกเทคโนโลยีการสื่อสารในขณะนั้นคือการขยายโครงข่ายสำหรับเทคโนโลยี 2G

“ที่นั่นเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เขามีโอกาสได้พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำในระดับผู้บริหาร ซึ่งทำให้ผมเข้าใจหลักของการให้บริการ นั่นคือ การนำความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ชารัดเล่าถึง 8 ปีของการทำงานในตลาดที่แข่งขันสูงแห่งหนึ่งของโลก

จากตลาด B2B ชารัดได้กระโดดสู่ตลาด B2C ด้วยการเป็นผู้บริหารระดับภูมิภาคของ Aircel อยู่ระยะหนึ่ง และการก้าวสู่การเป็นผู้บริหารสูงสุดของเทเลนอร์ เมียนมาร์ ซึ่งที่นั่นเป็นอีกตลาดที่มีความท้าทายสูง ตลาดยังสดใหม่ ส่วนแบ่งตลาดลดลง และมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาพร้อมกันอีกร่วมเป็น 4 ราย ทำให้การแข่งขันยิ่งเข้มข้นขึ้น

“เป้าหมาย ณ ตอนนั้นคือการพลิกฟื้นกำไรให้บริษัท (turnaround) ซึ่งสิ่งแรกที่เริ่มทำคือ การสร้างทีม เดินออกไปหาลูกค้า ถามหาความต้องการที่แท้จริง ทำให้การเข้าถึงสินค้าและบริษัทง่ายขึ้น และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกค้าเริ่มกลับมาหาแบรนด์” ชารัดกล่าว

ความสวยงามของการสื่อสาร

“ความงามของการสื่อสารคือ ความพยายามในการทำให้ลูกค้าชื่นชอบในแบรนด์ของเรามากที่สุด บางครั้งเราคิดว่าเรารู้ความต้องการของลูกค้าทั้งหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงเราไม่รู้ทั้งหมด เราจึงต้องพยายามสื่อสาร เดินเข้าหาลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และนั่นเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผมหลงใหลในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม” เขาอธิบาย

ขณะนี้ เทคโนโลยี 5G เป็นที่พูดถึงอย่างมากในประเทศไทย โดยมีการเดินหน้าผ่านการประมูลไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ในมุมมองของชารัดมองว่า “เทคโนโลยี 5G จำเป็นต้องมีอีโคซิสเต็มอื่นๆ ที่ทำให้ 5G ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความเร็ว แต่จะรวมถึงการใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น เช่น การใช้งานในกลุ่ม B2B หรืออินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งที่ว่ามานั้น จำเป็นต้องมีพันธมิตรในอุตสาหกรรมอื่น ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงพลังงาน และนี่จะเป็นการส่งมอบคุณค่าและความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีก 1-2 ปีข้างหน้า”

ปัจจุบัน คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตราว 11 กิกะบิตต่อเดือน และนี่คือสิ่งที่ชารัดจะพัฒนาโครงข่ายดีแทคไปอีกขั้น ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า โครงข่ายของดีแทคจะสามารถรองรับการใช้งานได้อีก 3 เท่า พร้อมกับการขยายโครงข่าย 5G ซึ่งเขามองว่าด้วยการทำงานในรูปแบบ Agile เป้าหมายในหนึ่งปีที่กล่าวมานั้นไม่ไกลเกินฝันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายด้วย “ทีมเวิร์ค”

ในช่วงระยะเกือบ 2 เดือนของชารัดในฐานะซีอีโอดีแทค ความท้าทายลูกใหญ่ถาโถมเข้ามาทดสอบความเป็นผู้นำของเขาอย่างต่อเนื่อง สนามแรกกับการประมูล 5G และสนามที่สองคือการจัดการกับสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งเขาและทีมผู้บริหารผนึกกำลังกันอย่างแข็งขัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อให้บริการอย่างต่อเนื่องแก่ลูกค้า ตลอดจนสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน

“ทีมที่ดีคือหัวใจของความสำเร็จ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดจะนำมาซึ่งชัยชนะ ซึ่งผมตื่นเต้นอย่างมากที่จะไปพบปะ เยี่ยมเยียนพนักงานทุกคนทั่วประเทศ ผมดีใจมากกับทีมดีแทค และผมเชื่อในการก้าวให้ทันทุกการเปลี่ยนแปลง เดินหน้าเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น” ชารัดกล่าวเสริม

ผู้บริหารเชื้อสายอินเดียคนนี้ เขาเชื่อมั่นอย่างยิ่งในการ “แบ่งปัน” สิ่งที่ดีสู่คนรอบข้าง มีหนังสือเล่มที่เขาชื่นชอบและให้เป็นของขวัญกับเพื่อนพนักงานอย่างสม่ำเสมอก็คือ The Monk Who Sold His Ferrari ของ Robin Sharma นักเขียน Best Seller ซึ่งได้ให้แรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ในเวลาของนักบริหารมืออาชีพ (ที่ไม่ค่อยมีนัก) เขาใช้เวลาไปกับการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมบน e-Learning ภายใต้โปรแกรม 40 hours challenge ของบริษัท หัวที่เขาชื่นชอบอย่างยิ่งคือ Big data และ AI ซึ่งจะช่วยให้เขาเข้าลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นเขาก็ชอบเล่นโยคะ วิ่งจ๊อกกิ้ง

ปรับตัวรับทุกการเปลี่ยนแปลง

สิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับชารัดคือ ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ มากว่า 6 ปีแล้ว โดยลูกสาวทั้ง 2 คนอยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้ เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งสิ่งที่เขามักบอกกับลูกสาวทั้ง 2 คนในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คือ การปรับตัวให้เข้ากับทุกการเปลี่ยนแปลง พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และนั่นจะทำให้เราประสบความสำเร็จในยุคดิจิทัล

“ดีแทคเป็นแบรนด์ที่ดี มีความผูกพันมายาวนานทั้งกับลูกค้าและคนใน ผมเชื่อว่าพวกเราจะช่วยกันทำให้ดีแทคดีขึ้นได้ เชื่อในศักยภาพของเรา เรียนรู้และพัฒนาตัวเองเสมอ เล่นในเกมที่เราสร้างขึ้นเอง เพื่อเป็นตัวเองที่ดีขึ้นในฉบับของเรา” ชารัดกล่าว

 

 

 

 

 

POPULAR POST

Get the news into your inbox!

Close Menu