dtac blog

ถ้าพูดถึงอีเว้นท์ใหญ่ของโลกไอทีในช่วงต้นปีคงหนีไม่พ้นงาน CES หรือ Consumer Electronics Shows ซึ่งเป็นงานโชว์ที่รวบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยจากผู้นำเทคโนโนลยีทั่วทุกมุมโลกมาไว้ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่งจบไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 8-11 มกราคมที่ผ่านมานี่เอง

โดยปีนี้ มีผู้ร่วมออกบู้ทจาก 4,500 บริษัททั่วโลก 1,200 สตาร์ตอัพ และผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวอีกกว่า 20,000 ไอเทม โดยปีนี้ หัวข้อที่ได้รับความสนใจและอภิปรายกันอย่างกว้างในขวางในแวดวงเทคโนโลยี คงหนีไม่พ้นเรื่อง 5G, ปัญญาประดิษฐ์ AI, AR, VR, Smart City, เทคโนโลยียานพาหนะ, เทคโนโลยีการกีฬา, เทคโนโลยี 8K และ หุ่นยนต์

สตีฟ โคนิก ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สมาคมผู้พัฒนาเทคโนโลยีสินค้าสำหรับผู้บริโภค หรือ CTA บอกว่า “โลกกำลังก้าวเข้าสู่ปฐมบทใหม่ของเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภค เพราะในปี 2019 นี้ เทคโนโลยีอย่าง IoT รวมไปถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (connected devices) ที่ไม่เพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะเข้าสู่ความเป็นจริงมากขึ้น ผู้บริโภคจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

“โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ (connected people) สู่การเชื่อมต่อสื่อสารกันระหว่างสิ่งของและสิ่งของ (connected things) ด้วยข้อมูล ซึ่งประมาณการณ์ว่าในปี 2020 โลกจะเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Data Age อย่างเต็มรูปแบบ” โคนิก กล่าว

 

เทคโนโลยี 5G

เมื่อการสื่อสารกลายเป็นแบ็คโบนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทำให้เทคโนโลยี 5G เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซึ่งบริบทการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีสื่อสารดังกล่าว จะไม่ใช่เเค่เรื่องความเร็วของอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดการข้อมูล ซึ่งการพัฒนาครั้งนี้ เปรียบได้กับเด็กที่หัดคลานจนสามารถวิ่งได้ การพัฒนาและขยายโครงข่ายจะค่อยๆ เกิดขึ้นในอี 2-3 ปีข้างหน้า ทำให้ปีนี้ 5G เป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงาน CES 2019

เบรียน โมดอฟ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ Qualcomm ผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ของโลก กล่าวว่า “เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา เราได้พัฒนาการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้า เราจะพัฒนาการสื่อสารระหว่างสิ่งของและสิ่งของ”

เทคโนโลยีที่เรียกว่า Beamforming จะทำให้สามารถขยายเขตพื้นที่บริการของ 5G ได้ นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีการสื่อสารแบบใหม่ที่เรียกว่า Fixed wireless broadband ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่ห้างไกลเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น โดยไม่ต้องผ่านสายเคเบิล และที่สำคัญกว่านั้น ชิปเซ็ตต่างๆ จะถูกฝังไปในทุกอุปกรณ์ ไม่เพียงสมาร์ทโฟนอีกต่อไป

“เทคโนโลยี 5G จะเปลี่ยนทุกอย่าง มันเป็นมากกว่าเทคโนโลยีสื่อสารไร้สาย” ฮานส์ เวสต์เบิร์ก ซีอีโอ เวอไรซอนส์ ผู้ให้บริการสื่อสารรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา กล่าว

 

Smart Home

เทคโนโลยี 5G จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้ง ecosystem ซึ่งอุปกรณ์ smart home ต่างๆ จะทำงานอย่างฉลาดมากขึ้นด้วยความสามารถการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของซอฟท์แวร์ (Interoperability and intelligence) ซึ่งนี่เป็นโจทย์ใหญ่ของผู้พัฒนาที่จะทำให้อุปกรณ์ในบ้านที่และชิ้นสามารถสื่อสารและเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารของอุปกรณ์ระหว่างแบรนด์ที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ในครัวในปีนี้ ที่น่าสนใจเป็นของค่าย LG และ Samsung ที่จะเป็นมากกว่าเครื่องใช้ในครัวเรือนด้วยแพลทฟอร์มที่มีเทคโนโลยี AI อยู่เบื้องหลัง เพื่อทำให้ชีวิตของผู้บริโภคดีขึ้น สามารถบอกได้ว่าเมื่อไรที่นมหมดสต็อก อุณหภูมิในห้องร้อนเกินไป โดยผู้พัฒนาทำให้ระบบดังกล่าวฉลาดขึ้นและเรียนรู้ได้เอง เหมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวในบ้าน

 

Digital assistant

ไม่นานเกินรอ หุ่นยนต์แบบในสตร์วอร์คงได้ผลิตและออกสู่ตลาด เมื่อระบบสั่งการด้วยเสียงจะสามารถทำงานได้เสมือนผู้ช่วยส่วนตัวของมนุษย์ อย่าง Amazin Alexa ระบบสั่งการด้วยเสียงที่พัฒนาโดย Amazon ที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์กว่า 20,000 แบบและมีทักษะถึง 60,000 ทักษะ ซึ่ง CTA คาดว่า Voice AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตมนุษย์มากขึ้น ขณะนี้ การใช้งาน Voice AI เพื่อค้นหาข้อมูลถึง 63% ตามด้วยเช็คสภาพอากาศที่ 58% ฟังเพลง 50% ซึ่งถือว่ามีอัตราการใช้ที่สูง  

 

คมชัดแบบ 8K

เทคโนโลยีความคมชัดแบบ 8K กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดย Samsung ได้พัฒนาเทคโนโลยี QLED 8K ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับการถ่ายทอดบนจอที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 65 นิ้วขึ้นไป ทำให้การทำงานของสายตาลดลง โดยปัจจุบัน ขนาดหน้าจอทีวีของบ้านในอเมริกันมีขนาด 47 นิ้ว เพิ่มขึ้นจาก ปี 2009 ถึง 11 นิ้ว โดย CTA คาดว่าขนาดจอทีวีเฉลี่ยของชาวอเมริกันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 50 นิ้วในปี 2020

และยิ่งไปกว่านั้น มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 จะทำการถ่ายทอดผ่านระบบ 8K อีกด้วย

 

AR/VR

เทคโนโลยี VR/AR ได้รับการพัฒนาไปสู่อีกขั้น โดย Tesla ได้พัฒนา Teslasuit ที่ผลิตขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยี VR ทำให้ประสบการณ์ในการเล่นเกมสมจริงยิ่งขึ้น แต่ในปีนี้ จะได้เห็นการพัฒนาของเทคโนโลยี AR มากกว่า VR โดยผู้พัฒนาอย่าง Lenevo ได้พัฒนา Lenevo Mirage AR Headset, AR Smart Mirror เพื่อเสริมสร้างการใช้งาน AR ให้ดีขึ้น สร้างประสบการณ์ใหม่กับเทคโนโลยี อย่างที่มีการใช้ในอุตสาหกรรมเเฟชั่นและการศึกษา เช่น การทดลองเสื้อผ้าว่าเหมาะหรือไม่ หรือแม้แต้ทำให้เสมือนย้อนกลับไปในอีกยุค เมื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์

 

Self-driving car

ในทางทฤษฎี การพัฒนาของอุตสาหกรรมรถยนต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ยุค ได้แก่ ยุคมนุษย์บังคับและยุคไร้คนขับ ซึ่งปัจจุบัน โลกยานยนต์อยู่ในช่วงที่เรียกว่า Conditional automation ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ โดย 3 บริษัทยานยนต์ได้แก่ จีเอ็ม ฟอร์ด  Bosch จะเริ่มทดลองใช้ในเมืองของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ซานฟรานซิสโก วอชิงตันดีซี และซานโจส

 

Digital Health

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญของ CES 2019 คือ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในวงการแพทย์และสาธารณสุข ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์สวมใส่ที่สามารถมอนิเตอร์อัตราการเต้นของหัวใจในขณะที่คุณหลับ เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาการนอนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ  หรือแม้แต่การส่งข้อมูลการฉีดอินซูลินผ่านแพลทฟอร์มสู่คุณหมอได้อย่างเรียลไทม์ เป็นต้น

 

ข้อมูลจาก https://www.ces.tech/

ภาพจาก CES, LG, Samsung

POPULAR POST

Get the news into your inbox!

Close Menu