เรือนอุไร: ร้านอาหารไทยที่คงความเป็น “โอเอซิส” แห่งกรุงเทพฯ แม้ยามวิกฤตโควิด-19 ก็ส่งต่อ “กำลังใจ” ผ่านอาหาร

สำหรับเดือนพฤษภาคมนี้ dtac blog ขอร่วมเป็นหนึ่งพลังในการช่วยพี่น้องของเราชาวสามย่านในการช่วยกัน #saveสตรีทฟู้ด และ #ร้านอาหารชุมชนสามย่าน กล่าวคือร้านอาหารในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงอาคารจามจุรีสแควร์ โดย dtac blog จะไปสัมภาษณ์และนำเสนอเรื่องราวเป็นเอพิโสดของ “ร้านอาหารที่น่าสนใจในชุมชนสามย่าน”

สำหรับร้านอาหารร้านแรกของเอพิโสดนี้ เราขอนำเสนอร้าน “เรือนอุไร” ร้านอาหารไทยที่โดดเด่นด้วยเรือนไทยไม้สักอายุนับร้อยปี ใช้เวลาเดินจากอาคารจามจุรีสแควร์ไปเพียง 5 นาที ที่นี่ เราขอนิยามว่าเป็น “โอเอซิส” ของเมืองกรุงอย่างแท้จริง เพราะนอกจากความร่มรื่นท่ามกลางแมกไม้นานาพรรณแล้ว ที่นี่ยังเป็นที่ “ส่งต่อ” กำลังใจให้กันและกันผ่าน “อาหารกล่อง” ในยามยากเช่นนี้อีกด้วย

“เรือนอุไร ชื่อนี้มีที่มาครับ อุไร แปลว่า ทอง ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นไม้สักทองของตัวเรือนไทยเอง  อีกนัยหนึ่ง อุไร นั้นคือชื่อของแม่ผมครับ” คุณวรเศรษฐ์ วิทยกุล หรือพี่เต้ เจ้าของร้านอาหารเรือนอุไรกล่าวถึงที่มาที่ไป

บนพื้นที่ขนาดราว 2 ไร่ใจกลางกรุง ซึ่งสามารถเดินทางเข้าได้ทั้งทางถนนสุรวงศ์และวัดหัวลำโพงนั้น เป็นที่ตั้งของโรงแรมโรส โรสเรสซิเดนซ์ และร้านอาหารเรือนอุไร แต่เดิมที่ผืนนี้ครอบครองโดยเจ้าขุนมูลนายตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนกลางเมื่อราว 150 ปีที่แล้ว มีลักษณะเป็นกลุ่มเรือนไทย แต่ด้วยกาลเวลาที่ผันผ่าน ทำให้เกิดความทรุดโทรมต่อกลุ่มเรือนไทย จนปัจจุบันเหลืออยู่เพียงเรือนเดียว โดยถือครองโดยตระกูลวิทยกุล

“เมื่อราว 12 ปีที่แล้ว บ้านผมอาศัยอยู่ละแวกนี้ ติดกับเรือนไทยหลังนี้ ตอนนั้นทำกิจการโรงเเรมโรสแล้ว แต่ด้วยเราอยากอนุรักษ์เรือนไทยหลังนี้ไว้ หลังจากเผชิญกับสภาพอันทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เราจึงได้เริ่มต้นการอนุรักษ์ในแบบดั้งเดิม ดำเนินการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญจากอยุธยา ค่อยๆ ถอดทีสลักออก ซึ่งใช้เวลาทั้งสิ้นราว 3 ปี ในระหว่างนั้น ผมก็วางแผนอยากให้เรือนไทยหลังนี้เป็นร้านอาหารไทยที่มีความเฉพาะตัว เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้มาสัมผัสความเป็นไทยอย่างแท้จริง” พี่เต้ อธิบาย

ปัจจุบัน เปิดให้บริการในชั้นใต้ถุนเรือนไทยเป็นหลัก ขณะที่เรือนข้างบนจะเปิดให้บริการในวาระพิเศษเท่านั้น เช่น งานของสถานทูต งานต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างร่วมสมัย อาทิ วิทยุ เครื่องเล่นซีดีแบบโบราณ ไม้พายที่ลงรักปิดทอง กระต่ายขูดมะพร้าวซึ่งโดยรวมแล้วเป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

สำหรับอาหารของเรือนอุไรนั้นจะถูกเสิร์ฟในลักษณะ Fine Thai Cuisine กล่าวคือ ผู้ที่เข้ามารับประทานอาหารจะได้รับบริการอย่างดี โดยรสชาติและการรังสรรค์เมนูนั้นเกิดจากการสะสมและถ่ายทอดจากพ่อครัวแม่ครัวของโรงแรม

“อาหารของเราเรียกได้ว่าคนไทยทานอร่อย ฝรั่งยกมือให้ เราจะไม่ compromise ในรสชาติของอาหาร เพื่อให้ชาวต่างชาติได้เปิดใจและซึมซาบวัตถุดิบ ตลอดจนความเป็นไทยอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ ทำให้ที่นี่เป็นที่ถูกอกถูกใจของชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะชาวยุโรปหรือชาวญี่ปุ่นเองก็ดี”

ด้านเมนูแนะนำต้องไม่พลาด อาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่เน้นรสชาติความเป็นไทยแต่แต่งแต้มสีสันด้วยการนำวัตถุดิบสากลบางชนิดมาประยุกต์ใช้ในบางเมนู และมีสมุนไพรไทยนานาชนิดมาชูรสให้อาหารแต่ละจานโดยเฉพาะล่าเตียง ปีกไก่เรือนอุไร ปูนิ่มจ๋า เมี่ยงปลากระพง กุ้งแม่น้ำย่างเครื่องแกง โป๊ะแตกปลาหิมะ ทูน่าพันสมุนไพร

แต่ในช่วงวิกฤตเช่นนี้ ทำให้ที่ผ่านมา เรือนอุไรต้องปรับเปลี่ยนการบริการจากลักษณะ Fine Thai Cuisine เป็นลักษณะ “อาหารจานเดียว” เพื่อให้พนักงานในร้านมีรายได้เลี้ยงชีพ และอีกนัยหนึ่งเป็นการส่งต่อ “กำลังใจ ความรู้สึก และความอร่อย” ผ่านอาหารในยามยากเช่นนี้ เพราะผมเชื่อว่า อาหารเป็นสุนทรียะอย่างหนึ่ง

“แม้เราจะเปลี่ยนการเสิร์ฟอาหารจากแบบ Fine cuisine มาเป็นอาหารกล่อง แต่คุณภาพยังคงเหมือนเดิม เราปรุงสุกใหม่กล่องต่อกล่อง เอาจริงๆ การเปลี่ยนมาทำอาหารกล่องไม่สามารถทดแทนรายได้เดิมได้ ทำขายปัจจุบันแค่พอได้ต้นทุนเท่านั้นเอง ให้น้องๆ ในร้านได้มีกิจกรรมทำ ค่อยปรับสภาพไปตามสถานการณ์ อย่ายึดติดกับสิ่งที่เคยเป็น ใช้สติอย่างรอบคอบในวิกฤตนี้”

ปัจจุบัน เรือนอุไรยังคงให้บริการ Special Lunch Delivery ทุกเมนูราคา 69 บาท ตัวอย่างเช่น ข้าวผัดนำ้พริกลงเรือ ข้าวราดปลากระพงสามรส ข้าวเหนียวสันคอหมูทอด ข้าวผัดรถไฟ ฯลฯ หรือติดต่อได้ที่ LINE ID: rosebkk124 หรือ โทร  061-408-1280

“เรือนอุไรนี้ ผมตั้งใจจะให้มันเป็นปอดเล็กๆ ของกรุงเทพฯ พนักงานดีแทคหรือใครที่ผ่านมาแถวัดหัวลำโพง ถ.สุรวงศ์ ก็สามารถโทรมาสั่งอาหาร แวะมานั่งใต้ต้นไม้หรือจิบชายามบ่ายได้นะครับ และถ้าสถานการณ์กลับมาสู่ปกติแล้ว ขอเรียนเชิญทุกท่านเข้ามาสัมผัสบรรยากาศแบบไทยๆ ในใจกลางกรุงเทพฯ ได้นะครับ” คุณวรเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย