แม่ทัพด้านกลยุทธ์ของดีแทครุกแผนสู่อนาคตแห่ง 5G

ซาดัท อิบเน ซามาน นั้นก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของสายงานกลยุทธ์และการเปลี่ยนผ่านองค์กร (Strategy and Transformation) ในช่วงเวลาสำคัญยิ่ง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้เกิดการปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค คุณซาดัท ผู้ซึ่งทำงานขึ้นตรงกับซีอีโอของดีแทค จึงต้องกำหนดทิศทางใหม่สำหรับองค์กร อันเป็นภารกิจที่เขาได้บอกเล่าให้ทาง dtacblog ฟัง ในระหว่างการรับประทานมื้อเที่ยงภายในบรรยากาศสบายๆ ของร้านสมบูรณ์โภชนา

เขามองว่าในปัจจุบัน ดีแทคอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งพอจะมุ่งหน้าพัฒนาในด้านนวัตกรรมและสร้างความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร แม้การเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทาน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อเดือนกันยายน 2561 ไปสู่ระบบใบอนุญาตนั้น จะถือเป็นภารกิจหลักของดีแทคตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี แต่ในที่สุดดีแทคก็กลับมายืนหยัดอย่างแข็งแกร่งอีกครั้งในฐานะผู้ให้บริการโครงข่าย

 

“จากรายงานประสบการณ์การใช้เครือข่ายมือถือของหน่วยงานอิสระหลายแห่งในช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา เครือข่ายของดีแทคนั้นติดอันดับต้นๆ ในด้านความเร็ว และเรายังคงเดินหน้าพัฒนาสัญญาให้ครอบคลุม ผ่านการให้บริการบนคลื่นความถี่ 700MHz”

 

การก้าวเข้ามารับตำแหน่งของคุณซาดัท ยังถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญภายในองค์กรของดีแทค เนื่องจากบริการใหม่ๆ อาทิ วิดีโอรอสาย dtac callMe VDO โครงการ Smart Farmer บริการแพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และบริการอินเทอร์เน็ตบ้านไร้สาย dtac@home ซึ่งในอดีตอยู่ภายใต้ความดูแลของทีมกลยุทธ์นั้น กำลังจะถูกผนวกเข้ากับกลุ่มการตลาดและกลุ่มธุรกิจ

“เรามองว่างานด้านนวัตกรรมเป็นสิ่งที่ควรอยู่ภายใต้กลุ่มงานพาณิชย์มากกว่า เพราะพวกเขาคือคนที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทุกวัน และรับรู้ถึงความต้องการของลูกค้ามากที่สุด” คุณซาดัทอธิบาย

ด้วยเหตุนี้เอง บทบาทหน้าที่ของคุณซาดัทจึงเน้นหนักไปที่งานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนผ่านองค์กร แต่การประกาศแต่งตั้งหัวเรือคนใหม่ในครั้งนี้ ก็ได้สร้างความประหลาดใจให้กระทั่งผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวภายในองค์กรดีแทคอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเส้นทางอาชีพของคุณซาดัท (8 ปีที่บริษัท Grameenphone ในบังกลาเทศ และ 6 ปีที่ดีแทค) นั้นวนเวียนอยู่ในสายการเงินมาโดยตลอด

“ผมไม่คิดว่าซีอีโอเลือกผมเพียงเพราะประสบการณ์ด้านการเงิน ผมเริ่มต้นอาชีพในสายงานการตลาด และยังคงวนเวียนอยู่กับงานด้านดังกล่าวตลอดระยะเวลาที่ผมเข้ามารับหน้าที่ต่างๆ ในฝั่งการเงิน เป็นเหตุให้ผมพยายามนำเสนอมุมมองธุรกิจที่มีความผสมผสาน” เขากล่าว

ความสามารถในการสร้างความร่วมมือและประสานพลังของภาคส่วนต่างๆ นั้น คือหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ของคุณซาดัท ขณะที่เครือข่าย 4G เน้นหนักไปที่การใช้งานแอปพลิเคชันมือถือ 5G จะเป็นยุคของอุปกรณ์อัจฉริยะ (smart device) ในส่วนนี้ เขาเชื่อว่าผู้ให้บริการโครงข่ายจะต้องทำงานร่วมกับพันธมิตรที่หลากหลาย เพื่อคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะในด้านการให้บริการดิจิทัล หรือการเตรียมความพร้อมสู่ยุคแห่งอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งการจะทำเป้าหมายนี้ระดับนี้ให้สำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจ

 

“การประกาศความร่วมมือกับอิริคสันและเทค มาฮินดร้า ได้ช่วยเสริมศักยภาพของดีแทคในด้านเทคโนโลยีและทักษะใหม่ๆ ซึ่งเราอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายปีในการพัฒนาด้วยตนเอง นี่เป็นวิธีการทำงานที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพ และเป็นสาเหตุที่เราสามารถขยายบริการใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ประกันโควิด-19 ที่เรามอบให้กับลูกค้า การจับมือกับพันธมิตรต่างๆ ทำให้เราสามารถเปิดตัวบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และหยุดให้บริการได้ทันทีหากไม่ประสบความสำเร็จ” เขากล่าว

คุณซาดัทยังกล่าวด้วยว่า ดีแทคกำลังก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ภายในองค์กร ดังจะเห็นได้จากความพยายามเพิ่มขีดความสามารถใหม่ๆ และการปรับปรุงระบบที่ใช้อยู่เดิมให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

“เวลาพูดถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงลึก (transformation) คนมักมุ่งเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการเสริมต่างๆ แต่การสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นยังหมายถึงการปรับตัวรับกับโลกยุคใหม่อีกด้วย คนที่รู้จักปรับตัวเท่านั้นที่จะอยู่รอด ตอนนี้ดีแทคมีพันธมิตรที่ดี โครงข่ายที่ล้ำสมัย และเรากำลังนำระบบออโตเมชันมาใช้ในการทำงานต่างๆ ของเรา เมื่องานตรงส่วนนี้เสร็จสมบูรณ์ องค์กรเราจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง” เขากล่าว

ในยามที่โลกทั้งใบยังคงสั่นสะเทือนจากโควิด-19 คุณซาดัทก็ชี้ว่าอนาคตนั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทีมกลยุทธ์ของดีแทคจึงยังเฝ้าปรับเปลี่ยนแผนการอย่างต่อเนื่องเพื่อรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในองค์กร และความช่วยเหลือจากพันธมิตรรายสำคัญอย่างเทเลนอร์ แต่แม้จะต้องทำงานภายใต้สถานการณ์อันแสนกดดันนี้ คุณซาดัทก็ยังคงบอกเล่าประเด็นต่างๆ ด้วยท่าทีนิ่งสงบ 

“บ่อยครั้งสมาชิกในทีมของผมมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในงานที่เขาทำมากกว่าผม ซึ่งผมเคารพในความรู้ความสามารถตรงนั้น และจะช่วยแนะแนวทางว่าพวกเขาจะนำความรู้ที่มีมาต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อย่างไร” เขากล่าว

เมื่อสิ้นสุดการสัมภาษณ์ คุณซาดัทก็รีบตรงดิ่งกลับไปยังสำนักงานใหญ่ของดีแทค เพื่อเตรียมตัวสำหรับการประชุมผ่านวิดีโอคอลในช่วงบ่าย โดยแทบไม่ได้มีเวลาเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้า ซึ่งเราเพิ่งมาตระหนักในภายหลังว่า แม้กระทั่งตัวเลือกร้านอาหารของเขา ก็เป็นการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ล้วนๆ เพราะสำนักงานใหญ่ของดีแทคตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงฟากตึกเท่านั้น 

ระบบ Automation หรือ ‘ระบบควบคุมอัตโนมัติ’ คือการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดภาระงานต่างๆ ของมนุษย์ โดยเฉพาะในกระบวนการที่มีความเฉพาะเจาะจงหรือต้องมีการทำซ้ำๆ