dtac’s Photos of the Year ส่งท้ายปี 2020 ‘ภาพที่เป็นที่สุด’ ของดีแทค

ถ้าเปรียบปี 2020 ก็คงเปรียบเหมือนกับรถไฟเหาะ Roller coaster ครบทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะตื่นเต้น สนุกสุดเหวี่ยง เศร้า และตื้นตัน

ปี 2020 เป็นปีที่พิเศษ โดยนิตยสาร Time นิยามไว้ว่าเป็น “ปีที่เลวร้ายที่สุด (The worst year ever)” ซึ่งในหนึ่งช่วงชีวิตของคนเราจะเผชิญวิกฤตเช่นนี้เพียงหนึ่งครั้ง

แต่ในวิกฤตเช่นนี้ ทำให้เราได้เห็นหลากมุมมองของชีวิต ไม่ว่าจะดีหรือจะร้าย เศร้าหรือสุขสันต์ แต่ทั้งหมดก็ล้วนคือ ‘ชีวิต’ ที่เราทุกคนต้องก้าวต่อไป เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น

ในโอกาสส่งท้ายปี 2020 dtac blog ขอรวบรวม ‘ภาพที่เป็นที่สุด (Photo of the Year)’ เพื่อร่วมรำลึกถึงช่วงเวลาหลากรสหลายอารมณ์ แล้วมาร่วมบันทึกความทรงจำกันอีกครั้งในปีวัวทอง 2021

“พวกผมอยู่แนวหน้าเฝ้าสัญญาณมือถือเพื่อลูกค้าดีแทค” นี่คือคำกล่าวของทีมงานปฏิบัติงานภาคสนามของดีแทคที่รับผิดชอบดูแลการติดตั้งเสาสัญญาณและซ่อมบำรุงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ภาพที่ 1  : สะท้อนถึงความเป็นคนดีแทค เพราะแม้ในวิกฤตโควิด-19 ที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทวีคูณ โดยเฉพาะในพื้นที่โรงพยาบาลศิริราชที่เป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดง เมื่อได้รับแจ้งเกิดเหตุขัดข้องในพื้นที่ ด้วยสปิริต พวกเขาก็รุดหน้าไปที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แก้ไขสัญญาณเพื่อนักรบแนวหน้าที่ต่อสู้กันแบบไม่ห่วงชีวิตของตนเอง ทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรในโรงพยาบาล ให้ทำงานได้สะดวกเพื่อผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่

“ไวรัสระบาดได้แต่ต้องทำอะไรสัญญาณดีแทคไม่ได้ พวกเราทีมดีแทคทุกคนทำงานหนักกว่าเดิม และพร้อมดูแลโครงข่ายเพื่อให้ลูกค้าของเราใช้งานได้ดีอย่างต่อเนื่องทุกวัน เราทำงานกันไม่มีวันหยุด ยิ่งช่วงวิกฤตแบบนี้เราพร้อมทั้ง 24 ชั่วโมง เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าดีแทคทุกคนผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน”

ภาพที่ 2: ภารกิจแห่งความภาคภูมิใจของทีมคอลเซ็นเตอร์ในโครงการ ดีแทคร่วมใจ Fight COVID-19 กับโรงพยาบาลศิริราช เพราะหนึ่งในความท้าทายของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการเปลี่ยนทางเทคโนโลยีของสังคม ยิ่งในภาวะวิกฤต COVID-19 ทำให้เห็นความรุนแรงของผลกระทบของ digital divide มากขึ้น อย่างกรณีของ Siriraj Connect ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการใช้บริการการแพทย์ออนไลน์เบื้องต้นได้ เพราะไม่มีความรู้ในการดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชัน ทีมคอลเซ็นเตอร์ของดีแทคได้อาสาเชื่อมต่อผู้ป่วยประสานความช่วยเหลือผู้ป่วยให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช หรือ Telemedicine เป็นการลดช่องว่างการเข้าถึงดิจิทัลของคนชายขอบ

ภาพที่ 3: ภาพแห่งความประทับใจเมื่อทีมผู้บริหารนำโดยคุณชารัด เมห์โรทรา พาดีแทคคว้าชัยในการประมูลคลื่น 26 GHz จำนวน 200  MHz เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับชุดคลื่นความถี่ ด้วยคลื่นย่านความถี่สูง หรือ mmWave ทำให้ดีแทคได้เสริมทัพชุดคลื่นความถี่พร้อมสำหรับ 5G โดยวันนี้ดีแทคพัฒนา 5G สู่กลุ่มอุตสาหกรรม อาทิ ร่วมกับ ปตท. นำ 5G คลื่น 26 GHz พัฒนาสุ่ use case กล้องตรวจการณ์ (surveillance cameras) ในโครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อ EECi  และ ร่วมกับอาซีฟาพัฒนา 5G โซลูชันบริหารพลังงานระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Energy Management) รวมทั้งดีแทคได้นำ 5G ร่วมกับดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยด้วยรูปแบบโซลูชันอัจฉริยะบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Management) เป็นต้น

ภาพที่ 4: ดีแทคมีการเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารด้วยการต้อนรับ คุณชารัด เมห์โรทรา มาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นับเป็นผู้บริหารเชื้อสายอินเดียคนแรกที่เข้ามากุมบังเหียนองค์กรใบพัดสีฟ้าแห่งนี้ ซึ่งการเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้มาพร้อมกับหลากหลายภาระหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นสนามแรกกับการประมูล 5G ไปจนถึงการจัดการกับวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเขาและทีมผู้บริหารผนึกกำลังกันอย่างแข็งขัน เพื่อให้บริการอย่างต่อเนื่องแก่ลูกค้า ตลอดจนสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน

 “ทีมที่ดีคือหัวใจของความสำเร็จ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดจะนำมาซึ่งชัยชนะ” ชารัด กล่าวกับ dtac blog ในการสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในเดือนมีนาคม

ภาพที่ 5: ภาพสมาชิกใหม่ของครอบครัวดีแทค นอกจากคุณชารัดแล้ว เรายังได้มีโอกาสต้อนรับผู้บริหารใหม่อีกคนของดีแทค นั่นก็คือ ‘น้องตัว d’ ผู้ซึ่งมานั่งแท่น Chief Happiness Officer หรือประธานเจ้าหน้าที่ส่งมอบความสุขของดีแทค

น้องเป็นผู้ชาย ไม่ชอบขายของ ไม่มีโต๊ะประจำของตัวเอง แถมเป็นพนักงานคนเดียวของดีแทคที่มีแคมเปญโฆษณาเป็นของตัวเองเยอะมาก

ภาพที่ 6: จากกรณีลูกค้าดีแทคจำนวนมากไม่ได้รับรหัส OTP สำหรับลงทะเบียนในมาตรการคนละครึ่ง ในช่วงเวลาที่เปิดรับสิทธิ์ ดีแทคเราได้แสดงความรับผิดชอบผ่านการมอบข้อเสนอชดเชยเป็นโบนัสเติมเงิน โทรฟรี เน็ตฟรี หรือส่วนลดค่าเครื่องโทรศัพท์มือถือ มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3,500 บาท โดยคุณชารัด ซีอีโอ ได้มีโอกาสพบปะลูกค้าในศูนย์บริการต่างๆ ของดีแทค และรับฟังเสียงของลูกค้าที่ติดต่อผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์ของดีแทค คุณชารัดและชาวดีแทคเข้าใจดีถึงความยากลำบากที่ลูกค้าของเราต้องเผชิญ และขออภัยเป็นอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเราเรียนรู้จากเหตุการณ์ดังกล่าว และกำลังทำงานตามมาตรการต่างๆ ที่จำเป็นอย่างสุดความสามารถ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ภาพที่ 7: เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม คุณชารัด ซีอีโอ เดินทางไปเยือน 6 ภาคของประเทศ ในระยะเวลา 5 วัน ในช่วงหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งก่อให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของประชากรจำนวนมาก โดยระหว่างการไปเยือนจังหวัดต่างๆ อาทิ เชียงราย ระยอง และสงขลานั้น คุณชารัดได้พบปะกับตัวแทนขายของดีแทค ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อผู้คนในพื้นที่ห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรแม่ลูกสอง หรือเจ้าของร้านค้าเล็กๆ ผู้ไม่ปล่อยให้ความพิการทางกายมาเป็นอุปสรรค รวมทั้งได้ทำภารกิจสนุกๆ อย่างการลิ้มรสอาหารท้องถิ่น และการเรียนทำชาชักฉบับปักษ์ใต้ นอกจากนี้ คุณชารัดยังได้ลงพื้นที่กับทีมงานผู้ทำหน้าที่ดูแลช่องทางการขายใหม่ๆ อาทิ สถานีบริการน้ำมัน ตลาดสด และร้านขายยา ซึ่งช่วยให้ดีแทคสามารถมอบบริการที่ทั่วถึงและตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น สะท้อนจุดมุ่งหมายขององค์กรในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้สังคมและเชื่อมต่อทุกคนกับทุกสิ่งที่สำคัญที่สุด

ภาพที่ 8: ดีแทคเป็นองค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยแห่งแรกที่ประกาศใช้การทำงานแบบยืดหยุ่น (flexible work) อย่างถาวร โดยปัจจุบันมีพนักงานดีแทคเข้ามาทำงานที่ดีแทคเฮาส์ ตึกจามจุรี เฉลี่ยเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ นอกจากการอำนวยความสะดวกพนักงานในการทำงานจากพื้นที่นอกสำนักงาน ผ่านเครื่องมือประชุมออนไลน์และแอปพลิเคชันการทำงานต่างๆ แล้ว บริษัทยังนำการบริหารงานแบบ tight-loose-tight มาใช้ในองค์กร โดยให้หัวหน้างานทำหน้าที่เป็นเสมือนโค้ช และให้อำนาจสมาชิกในทีมในการทำงานอย่างยืดหยุ่นและมีอิสระในการตัดสินใจมากขึ้นอีกด้วย

นับเป็นอีกวิกฤตการณ์ส่งท้ายปีกับอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 50 ปีของชาวนครศรีธรรมราช

ภาพที่ 9: สะท้อนให้เห็นตัวตนของคนดีแทคอย่างแท้จริง โดยพนักงานภาคสนามได้รุดไปจัดเตรียมเครื่องปั่นไฟฟ้าฉุกเฉิน และน้ำมันสำรองไว้สำหรับกรณีพื้นที่น้ำท่วมที่มีการตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อให้สามารถจ่ายไฟและมอบบริการได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งจัดเตรียมอะไหล่สำรองไว้ในกรณีซ่อมบำรุง

แม้จะเผชิญกับอุปสรรคเพียงใด แต่ชาวดีแทคก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานในสถานการณ์เร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานบริการโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลกระทบน้อยที่สุดในภาวะฉุกเฉิน

และภาพที่ 10 ส่งท้ายปี อีกหนึ่งเรื่องดีๆ กับการชำระค่าคลื่นความถี่งวดแรกของใบอนุญาตมูลค่า 17,584 ล้านบาท สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ที่ได้รับการจัดสรรจาก กสทช. เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ปี 2562

การได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการเพื่อใช้ประโยชน์จากคลื่น 700 MHz จำนวน 1 ชุด รวม 2 x 10 MHz ในครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่อประสิทธิภาพโครงข่ายของดีแทคอย่างมาก ทั้งในเรื่องความครอบคลุมของพื้นที่และความจุโครงข่าย โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในภูมิภาคต่างๆ ตามที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่ โดยช่วงแรกจะเริ่มจากกรุงเทพ-ปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ ก่อนจะเร่งขยายบริการทั่วประเทศต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสอีกระดับของชีวิตติดสปีดจากคลื่น 700 MHz