พวกผมอยู่แนวหน้าเฝ้าสัญญาณมือถือเพื่อลูกค้าดีแทค

ถ้าเปิดคำถามเริ่มต้นกับ วสันต์ จันทร์พลับ ว่ากลัวโรคโควิด-19 มั้ย แน่นอน เขาตอบแบบชัดเจนเลยว่ากลัว ไม่ว่าใครก็ต้องกลัวทั้งนั้นแหละ ด้วยหน้าที่เขาเล่าว่าตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วยงานปฏิบัติงานภาคสนามของดีแทคที่รับผิดชอบดูแลการติดตั้งเสาสัญญาณและซ่อมบำรุงในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เป็นความรับผิดชอบที่ทำจากใจมาตลอด จึงทำหน้าที่ด้วยความรอบคอบและป้องกันอย่างเต็มที่

ภาพ วสันต์ จันทร์พลับ

ไม่ใช่แค่ช่วงนี้ ที่วสันต์และทีมทำหน้าที่เหมือนคนเฝ้าดูแลสัญญาณ แต่ที่ผ่านมาเขาและทีมได้ทำอย่างเต็มที่มาโดยตลอดด้วยความมุ่งมั่นว่าลูกค้าดีแทคต้องใช้สัญญาณได้ดีอย่างต่อเนื่อง ยิ่งโดยเฉพาะช่วงวิกฤตไวรัสนี้วสันต์และทีมยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมแบบ 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด

หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็น “การระบาดใหญ่ของโลก (Pandemic)” หรือสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำให้คนทั้งโลกยิ่งอยู่ในสภาวะวิกฤตจากที่ยืดเยื้อการต่อสู้ทั้งป้องกันและรักษากันมายาวนาน แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจำนวนคนป่วยจะลดลงหรือจะมียาที่จะชนะโรคโควิด-19

การลงพื้นที่หน้างานในกรณีที่มีเคสซ่อมบำรุงเพื่อให้สัญญาณกลับมาดีเหมือนเดิมยิ่งยากกว่าเดิม เพราะการเข้าพื้นที่สถานีฐานแต่ละแห่ง จะมีมาตรการที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นของแต่ละสถานที่แตกต่างกันไป แน่นอนว่าความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทีมงานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

“เราเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ ไม่ใช่แค่โรคระบาด ยังรวมถึงภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่เพิ่งมาเริ่มต้นกันวันนี้ ทั้งหมดนี้เรามีนโยบายที่เข้มงวดมาโดยตลอดจากพี่ประเทศ ซีทีโอ ของดีแทค ทำให้การเข้าพื้นที่ที่ยากหรือเข้าไปไม่ได้ ทำให้เราเจรจาเข้าพื้นที่ได้สะดวกขึ้น เพราะเราทำด้วยมาตรการที่ดีทั้งภาพรวม คือ ดีต่อสถานที่และดีต่อทีมงานที่ปฏิบัติหน้าที่” วสันต์พูดด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

เคสล่าสุด วสันต์ได้รับแจ้งจากทีมดีแทคที่ทำหน้าที่มอนิเตอร์สัญญาณในศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายหรือ NOC ว่ามีเหตุขัดข้องทำให้สัญญาณมือถือบริเวณโรงพยาบาลศิริราชใช้งานไม่ได้

แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญอันดับหนึ่งที่จะต้องรีบเข้าไปแก้ไขโดยทันที เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้การติดต่อสื่อสารจากสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนมือถือเป็นหัวใจหลักในการทำงาน โดยเฉพาะการที่ต้องรีบแก้ไขสัญญาณเพื่อนักรบแนวหน้าที่ต่อสู้กันแบบไม่ห่วงชีวิตของตนเอง คือ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรในโรงพยาบาล ให้ทำงานได้สะดวกเพื่อผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่

วสันต์และทีมประเมินสถานการณ์ดูแล้ว จุดที่ขัดข้องของสถานีฐานที่โรงพยาบาลศิริราช อยู่ที่อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นตึกสูง 25 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 70,000 ตรม. ซึ่งเป็นตึกที่มีความสำคัญในการรองรับผู้ป่วยนอกราว 500,000 คนต่อปี รวมถึงโรงพยาบาลศิริราชยังเป็นจุดที่รองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 พื้นที่แห่งนี้ในนาทีนี้ยิ่งมีความสำคัญเพิ่มสูงสุด แต่ขณะนี้สัญญาณมือถือขัดข้องทั้งพื้นที่โรงพยาบาลและในอาคาร

“โรงพยาบาลถือเป็นพื้นที่สีแดง คือ ทั้งเป็นพื้นที่เข้ายากเพราะเป็นที่รองรับผู้ป่วยต้องปลอดเชื้อ ทุกอย่างต้องเข้มงวดสูงสุด การทำเรื่องขออนุญาต หรือกระทั่งอีกมุมทีมงานเองก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นกัน แต่นาทีนี้เราต้องกู้ให้สัญญาณดีแทคกลับมาใช้งานให้ได้เร็วที่สุด และนี่ไม่ใช่แค่ทางเลือก (optional) ผมและทีมตัดสินใจทันทีว่านี่คือทางเดียวที่ต้องทำ (mandatory) เพราะมีแพทย์ พยาบาล หรือผู้ป่วยต่างๆ รอการใช้งานของสัญญาณมือถือเพื่อติดต่อสื่อสารในยามวิกฤต โดยเราได้เจรจากับทางโรงพยาบาลซึ่งเห็นความสำคัญอย่างเร่งด่วนเช่นกัน จากเดิมที่ต้องทำเรื่องเพื่อเข้าพื้นที่ราว 7 วัน โดยครั้งนี้ให้เข้าพื้นที่ได้ทันทีเป็นกรณีพิเศษ แต่ต้องอยู่ในมาตรการป้องกันขั้นสูงสุด”

วสันต์เล่าถึงตอนนี้เขาบอกว่าพร้อมเป็นอย่างยิ่ง เพราะดีแทคมีมาตรการในการปฏิบัติหน้าที่ที่เตรียมพร้อมมาทุกสถานการณ์

“ผมและทีมรีบนำชุด PPE แว่นตา หน้ากาก และถุงมือ ซึ่งเป็นชุดเซฟตี้ป้องกันการติดเชื้อไวรัสสู่พื้นที่การรักษาของโรงพยาบาล และขณะเดียวกันก็ถือว่าป้องกันทีมงานเพื่อความปลอดภัยด้วยเช่นกัน เพราะการระบาดโควิด-19 เป็นเรื่องประมาทไม่ได้ทุกขั้นตอน และเราต้องป้องกันอย่างเต็มที่”

วสันต์และทีมได้จัดการแก้ไขสถานีฐานบนอยู่ที่อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราชได้สำเร็จและทำให้สัญญาณดีแทคพื้นที่บริเวณโรงพยาบาลและในอาคารกลับมาใช้งานได้ดีอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา วสันต์และทีมยังได้เข้าพื้นที่อื่นๆ เพื่อซ่อมสัญญาณ แม้ในบริเวณที่เข้ายากเพราะจำกัดเรื่องความปลอดภัยของสถานที่ที่ต้องการมาตรการสูงสุดเช่นกัน อาทิ บริเวณตึกย่านรัชโยธิน ซึ่งสถานีฐานที่รองรับการใช้งานทั้งชุมชน ที่พักอาศัย รวมทั้งเป็นจุดสัญจรที่สำคัญย่านรัชดาภิเษก-รัชโยธิน

นอกจากนี้ เขายังได้เคยนำทีมเพื่อปฏิบัติภารกิจติดตั้งสัญญาณดีแทคเพิ่มเพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 308 เตียง โดยดีแทคได้เพิ่มประสิทธิภาพของสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรองรับปริมาณผู้ใช้ที่จะเพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติงานเพื่อระบบสาธารณสุขอีกด้วย

“ไวรัสระบาดได้แต่ต้องทำอะไรสัญญาณดีแทคไม่ได้ พวกเราทีมดีแทคทุกคนทำงานหนักกว่าเดิม และพร้อมดูแลโครงข่ายเพื่อให้ลูกค้าของเราใช้งานได้ดีอย่างต่อเนื่องทุกวัน เราทำงานกันไม่มีวันหยุดครับ ยิ่งช่วงวิกฤตแบบนี้เราพร้อมทั้ง 24 ชั่วโมง เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ลูกค้าดีแทคทุกคนผ่านสภานการณ์นี้ไปด้วยกันครับ”