บริการโทรคมนาคมช่วยให้ธุรกิจไทยฝ่าวิกฤตและลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้อย่างไร

นี่คือบทความพิเศษจากคุณราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจ แห่งดีแทค

หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ผู้คนเริ่มกลับมามีปฏิสัมพันธ์แบบซึ่งหน้ากันอีกครั้ง และการที่ผมได้มีโอกาสพบปะกับลูกค้าในบรรยากาศสบายๆ เปิดโอกาสให้ผมได้รับฟังว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น ส่งผลกระทบอย่างไรต่อลูกค้าของเราบ้าง และพวกเขาใช้วิธีการแบบใดเพื่อลุกขึ้นรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว

เราเรียกการออกไปพบปะลูกค้าในครั้งนี้ว่า ‘Delight Moment’ เนื่องจากนี่เป็นโอกาสอันดีที่เราจะนำช่วงเวลาแห่งความสุขเล็กๆไปมอบให้กับลุกค้าธุรกิจ และแสดงความเห็นอกเห็นใจถึงความยากลำบากที่ธุรกิจจำนวนมากต้องเผชิญในปัจจุบัน พวกเขาต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แม้วิธีการที่ใช้อาจจะต่างกันออกไป แต่แน่นอนว่ามุมมองที่ธุรกิจต่างๆ มีต่อบริการโทรคมนาคมนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วตลอดกาล

การประกาศมาตรการล็อกดาวน์ทำให้องค์กรหลายแห่งตระหนักว่าธุรกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้พนักงานจะทำงานจากที่บ้านก็ตาม จริงอยู่ที่ระดับความยืดหยุ่นนั้นอาจต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ แต่ทุกคนก็ตระหนักแล้วว่าความยืดหยุ่นและความสามารถในการทำงานจากที่ใดก็ได้นั้น ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการทำงานในวิถีใหม่ที่จะคงอยู่ต่อไปในระยะยาว และธุรกิจต่างก็เล็งเห็นความจำเป็นในการนำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้เพื่อตอบรับกับวิถีการทำงานแบบยืดหยุ่นนี้

ในขณะที่อุตสาหกรรมบางกลุ่ม เช่น โลจิสติกส์ การสื่อสารระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักร (Machine to Machine) นั้นช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างพรุ่งพรวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรายังเห็นความต้องการที่มากขึ้นสำหรับเครือข่ายซึ่งมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมสำหรับการทำงานจากนอกสำนักงาน แต่ทั้งนี้ บริการโทรคมนาคมพื้นฐานก็ยังคงเป็นความต้องการอันดับหนึ่งสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจทุกรายของเรา 

ในอดีต ปริมาณการใช้งานดาต้ามักกระจุกตัวหนาแน่นอยู่ในเขตใจกลางเมืองและย่านธุรกิจ แต่ปัจจุบันเราเห็นการเติบโตก้าวกระโดดของการใช้งานดาต้าในต่างจังหวัดและย่านอยู่อาศัย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการวางแผนโครงข่าย

เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าพบกับรองอธิการบดีแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านเล่าให้ผมฟังว่า นอกจากการเรียนทางไกลจะทวีความสำคัญในยุควิถีใหม่แล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างแคมปัสย่อยในต่างจังหวัดอีกด้วย โดยหนึ่งในนั้นคือจังหวัดน่าน ซึ่งความครอบคลุมของสัญญาณนั้นเป็นรองกรุงเทพฯ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ท่ามกลางการโหมประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับคลื่น 5G อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่กล่าวมานี้อาจฟังดูสวนทางอยู่ไม่น้อย องค์กรส่วนใหญ่ทราบดีว่านักเรียนนักศึกษาและพนักงานนั้นต้องการบริการโครงข่ายที่มีความครอบคลุมทั่วประเทศ รวมทั้งประสิทธิภาพที่สอดรับกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องตลาด ซึ่งจากการพูดคุยกับบริษัทโลจิสติกส์ขนาดใหญ่ต่างๆ ก็ชัดเจนว่าการเปิดให้บริการ 5G ในพื้นที่หนาแน่นใจกลางเมือง เพื่อรองรับอุปกรณ์ 5G ที่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ในท้องตลาดนั้นยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจต่างๆ จึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนารูปแบบการใช้งาน (use case) บนคลื่น 5G อย่างยั่งยืนแทน พวกเขาตั้งตารอดูว่าการพัฒนา use case จะช่วยให้พวกเขายกระดับประสิทธิภาพการทำงานและพัฒนากระบวนการจัดจำหน่ายสินค้าและบริการได้อย่างไร แต่พวกเขาก็ตระหนักดีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน 

ในขณะเดียวกัน ข้อเสนอด้านบริการโทรคมนาคมที่ตรงจุดได้กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะช่วยสร้างความยืดหยุ่น และช่วยให้ธุรกิจไม่ขาดการเชื่อมต่อไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม นับตั้งแต่แพ็กเกจ worry-free สำหรับพนักงานที่ให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ได้ไม่จำกัดและไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน โซลูชันเรียบง่ายที่มีความปลอดภัยเสมือนมีเครือข่ายส่วนตัว ไปจนถึงเครื่องมือที่ใช้งานง่ายเพื่อยกระดับการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น ตู้สาขาโทรศัพท์เคลื่อนที่บนมือถือ ซึ่งโซลูชันเหล่านี้เองคือหัวใจของ dtac Business 

ในปัจจุบันที่ธุรกิจไทยส่วนใหญ่นั้นได้สัมผัสกับความรวดเร็วและยืดหยุ่นที่ได้รับจากบริการโทรคมนาคมแล้ว คงเป็นการยากที่จะหันหลังกลับ อันที่จริง หลายๆ ธุรกิจนั้นเชื้อเชิญให้เราใช้เวลามากขึ้นในสถานที่ทำงานของพวกเขา เพื่อสังเกตการณ์ถึงวิธีการทำงาน และให้คำแนะนำว่าพวกเขาจะสามารถนำบริการโทรคมนาคมไปต่อยอดในด้านใดอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารระหว่างพนักงานด้วยกันเอง หรือระหว่างเครื่องจักรกับเครื่องจักรก็ตาม

ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ลดทอนความสำคัญของการปฏิสัมพันธ์แบบซึ่งหน้าลง ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะกับลูกค้าของเราท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ในแบบ ‘Delight Moment’ ซึ่งผมและน้องตัวดีของดีแทค ได้ไปร่วมมอบความสุขให้กับลูกค้าพร้อมไอศครีมถาดใหญ่ นี่เป็นโอกาสให้ลูกค้าได้เปิดใจและแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกกับเรา รวมทั้งเป็นเครื่องย้ำเตือนว่าหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเรานั้นคือการไม่หยุดมอบบริการที่ ‘ใจดี’ และเป็นมิตรต่อผู้ใช้