ธนกูล เวิร์คกรุ๊ป เอสเอ็มอีไทยในอุตสาหกรรมออกแบบและผลิตป้าย กับการปรับตัวฝ่าความท้าทายในยุควิถีใหม่

ด้วยนวัตกรรมและโซลูชันโทรคมนาคมจาก dtac business WorryFree ที่ยืดหยุ่นให้ทีมงานสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกที่ในไซต์ก่อสร้าง เชื่อมต่อได้ทุกสถานการณ์ ตอบโจทย์ธุรกิจ

ในยามที่ผู้คนส่วนใหญ่หลับใหล ทีมงานภาคสนามของบริษัทธนกูล เวิร์คกรุ๊ป ก็กำลังเร่งเครื่องติดตั้งนิทรรศการให้เสร็จสิ้นทันกำหนดการ เนื่องด้วยงานลักษณะนี้มักมาพร้อมความกดดันและกรอบเวลาที่ค่อนข้างจำกัด การวางแผนงานอย่างเป็นระบบและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้งานแต่ละครั้งเกิดความราบรื่น

“งานของเราส่วนใหญ่จะทำช่วงที่คนหลับ เพื่อให้เสร็จทันตอนที่คนตื่น บางโปรเจกต์เราถึงขั้นต้องไปสร้างออฟฟิศสนามเลยก็มี ด้วยเหตุนี้ ทีมงานของเราจึงต้องมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันตลอด 24 ชั่วโมง” คุณเสริมศักดิ์ ศรีพงษ์ธนากุล กรรมการผู้จัดการแห่งบริษัท ธนกูล เวิร์คกรุ๊ป เล่า

ปัจจุบัน เอสเอ็มอีไทยซึ่งเชี่ยวชาญด้านงานออกแบบติดตั้งบูธนิทรรศการ การจัดอีเวนต์ และงานผลิตป้ายและชิ้นงานสั่งทำพิเศษรูปแบบต่างๆ รายนี้ อยู่ภายใต้การบริหารงานของ 4 พี่น้องตระกูลศรีพงษ์ธนากูล ในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ธนกูลได้เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการผลิต จนกลายเป็นที่ไว้วางใจขององค์กรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับโลก

ยกระดับธุรกิจด้วยนวัตกรรม

ธนกูล เวิร์คกรุ๊ป นั้นก่อตั้งขึ้นในปี 2537 โดยเริ่มต้นจากห้องแถวเล็กๆ กับพนักงานจำนวน 4 คน ก่อนในเวลาต่อมาจะมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนและเปิดบริษัทในเครือ เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจแบบครบวงจร นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับการบริหารงาน การวางระบบเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้งานภายในองค์กร ไปจนถึงการจัดซื้อเครื่องจักรอันทันสมัยเพื่อทุ่นแรงงานและเพิ่มความแม่นยำในกระบวนการผลิต อาทิ เครื่องตัดเลเซอร์และเครื่องตัดวอเตอร์เจ็ทมูลค่าหลักสิบล้านบาท

“ผมจำได้เลย งานแรกของเราคือการทำสกรีนปกเทป ซึ่งทางคุณวรพจน์ นิ่มวิจิตร ได้ให้งานเรามา และสมัยนั้นเราต้องผ่อนเครื่อง Pentium 486 กับเลเซอร์ปรินต์เตอร์มาทำงานในราคา 40,000 บาท จากงานป้ายเล็กๆ ตอนหลังพี่ชายกับน้องชายของผมก็เริ่มนำโปรเจกต์ใหญ่และลูกค้าต่างชาติเข้ามา” คุณเสริมศักดิ์เล่า

ปัจจุบันสำนักงานและโรงงานของธนกูล เวิร์คกรุ๊ป นั้นตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ในย่านพระราม 2 ทางบริษัทได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานให้กับลูกค้าจากทั้งภาครัฐและเอกชนนับไม่ถ้วน อาทิ งานผลิตป้ายโลโก้สำหรับโชว์รูมรถยนต์โตโยต้าทั่วประเทศ งานผลิตป้ายโรงแรมฮาร์ดร็อกในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสวยเตะตาจนได้รับรางวัล International Sign Association ป้ายสถานีกลางบางซื่อ และการจัดบูธในมหกรรมมอเตอร์โชว์ นอกจากนี้ ธนกูลยังเป็นตัวแทนจำหน่ายลิฟต์บ้านดีไซน์ล้ำยุคยี่ห้อ Aritco จากประเทศสวีเดน เจ้าของรางวัล Red Dot Design Award การไม่หยุดมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นี้เอง ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นในการรับมือกับความท้าทายที่อุตสาหกรรมจำนวนมากต้องเผชิญในยุควิถีใหม่

“ปริมาณงานรับเหมาและตกแต่งภายในของเราลดลงในช่วงโควิด แต่กลายเป็นว่าคนหันมาสนใจติดตั้งลิฟต์บ้านเพราะอยู่บ้านมากขึ้น เราก็ปรับให้ช่างบางส่วนที่งานน้อยลงมาช่วยทำงานติดตั้งลิฟต์แทน ทำให้พนักงานของเรายังมีรายได้ต่อเนื่อง” คุณเสริมศักดิ์กล่าว

เติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่เดินเยี่ยมชมโรงงานขนาด 3 ชั้นนั้น คุณเสริมศักดิ์ก็ชี้ให้เห็นถึงเศษวัสดุประเภทโลหะจำนวนมากที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิตและไม่สามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งเขาได้นำเอามาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ กระถางต้นไม้ เก้าอี้สำนักงาน กระเบื้องหลังคา และถังหมักปุ๋ยอินทรีย์ “วัสดุเหลือใช้จากงานป้ายเราเยอะมาก แล้วส่วนใหญ่มันไม่สามารถรีไซเคิลได้ เราเลยนำมาประยุกต์ทำอย่างอื่นแทน ซึ่งระยะยาวคุ้มค่ากว่าการชั่งกิโลขาย” เขากล่าว

นอกจากการลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยแล้ว การรักษามาตรฐานการทำงานและการมุ่งพัฒนาทักษะบุคลากรจำนวนกว่า 350 ชีวิต ผ่านการฝึกอบรมต่างๆ และการเปิดกว้างในเส้นทางอาชีพ ดูจะเป็นหัวใจที่ทำให้ธนกูลยืนหยัดแข็งแกร่งมานานกว่า 2 ทศวรรษ และยังคงเดินหน้าต่อไปได้แม้ในช่วงเวลาวิกฤต

“สมัยก่อนเราเคยตั้งเป้าว่าต้องเป็นร้านป้ายอันดับหนึ่งของประเทศ แต่ตอนนี้เรามองว่าหัวใจคือการรักษามาตรฐานและคุณภาพของบุคลากรให้มีความสม่ำเสมอ การไม่หยุดพัฒนาตัวเองและความยืดหยุ่นนั้นเป็นทักษะสำคัญในปัจจุบัน ถ้าเรารู้ว่าใครทำอะไรเก่ง เราก็พร้อมที่จะผลักดัน เรามีโฟร์แมนคุมงานก่อสร้างสองคนที่มาจากพนักงานส่งของ เรามุ่งเน้นความสามารถมากกว่าวุฒิการศึกษา และที่สำคัญที่สุด คือเราต้องให้เกียรติและเอาใจใส่ทีมงาน” เขากล่าว

เชื่อมต่อทุกสถานการณ์ด้วย dtac business

เนื่องด้วยบ่อยครั้ง ทีมงานของบริษัทธนกูล เวิร์คกรุ๊ป ต้องเข้าทำงานในไซต์ก่อสร้างหรือพื้นที่ศูนย์การค้าในช่วงกลางคืน สมาชิกในทีมจึงต้องมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานและรายงานความคืบหน้าต่างๆ รวมทั้งในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือต้องขอกำลังคนเร่งด่วน

“บริการโทรคมนาคมช่วยอำนวยความสะดวกให้พนักงานของเราไม่ขาดการติดต่อสื่อสารในทุกสถานการณ์ พนักงานของเราแทบทั้งหมดใช้มือถือในการทำงาน อย่างผมเอง ทุกวันนี้อนุมัติงานผ่านมือถือหมด ในช่วงที่มีการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ เราก็ใช้แอปพลิเคชัน Microsoft Teams และ Zoom ในการประชุมกับลูกค้า และเดี๋ยวนี้ที่ธนกูลเราเริ่มเปลี่ยนมาใช้งานระบบคลาวด์เพราะเสถียรกว่า” คุณเสริมศักดิ์กล่าว

นายธนัท มนัญญภัทร์ ผู้อำนวยการ สายงานการขายและบริหารช่องทางจำหน่าย  ลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา หลายองค์กรมีการปรับลดต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทาง ธนกูล เวิร์คกรุ๊ป ได้ให้ความไว้วางใจดีแทค บิสิเนส ในการมอบบริการโทรคมนาคมด้วยแพ็กเกจซิม WorryFree ที่ตอบโจทย์กับรูปแบบการทำงานที่ต้องใช้โทรศัพท์มือถือเป็นหลัก ทั้งในการติดต่อสื่อสารระหว่างทีม การประชุมทางไกลกับลูกค้า และการรับส่งแบบงานป้าย ซึ่งตัวไฟล์มักมีขนาดใหญ่และความละเอียดสูง นอกจากแพ็กเกจโทรฟรี 24 ชั่วโมงทุกเครือข่ายที่ทีมงานธนกุลใช้งานอยู่แล้ว ดีแทค บิสิเนสได้อัพเกรด แพ็กเก็จโทรศัพท์ที่เพิ่มปริมาณดาต้าโดยไม่ต้องสมัครเพิ่ม ให้ทีมงานได้ใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณการส่งไฟล์รูปขนาดใหญ่ให้ลูกค้าได้ตรวจแก้ไข ซึ่งเป็นการทำงานในยุควิถีใหม่ ที่ให้ความสะดวกรวดเร็ว เสริมประสิทธิภาพการทำงาน ที่มีรูปแบบเป็นดิจิทัล”

“เมื่อก่อนเราเคยประสบปัญหาไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล บางทีพนักงานคนนี้ออกไปแล้ว แต่เบอร์ยังค้างอยู่หรือโปรโมชันยังเป็นตัวเก่า เราก็จ่ายไปโดยที่ไม่รู้ เนื่องจากองค์กรเรามีพนักงานหลายร้อยคน ปัญหานี้ได้หายไปเพราะเราได้มีทางดีแทคเข้ามาดูแลและเสนอแพ็กเกจที่เหมาะสม ทั้งเน็ตไม่จำกัด ไม่ลดความเร็ว ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายลงหลายหมื่นบาท ที่ดีมากคือการอัปเกรดแพ็กเกจที่ดีและคุ้มที่สุดให้อัตโนมัติในราคาเท่าเดิม ช่วยให้เราหายห่วง และทำงานได้อย่างสบายใจไร้กังวล” คุณเสริมศักดิ์ปิดท้าย