เจาะความสำเร็จ ‘ปูไข่ดองคลองขลุง’ กับ 4 ปีแห่งความหฤโหดบนเส้นทางธุรกิจและโอกาสบนโลกออนไลน์

เชื่อเหลือเกินว่า เมื่อนึกถึงปูดองแล้ว แบรนด์ ‘ปูไข่ดองคลองขลุง’ ต้องเป็นแบรนด์แรกๆ ที่ผุดขึ้นมาเป็นนัมเบอร์วันของสายปูดองเป็นแน่แท้ การันตีได้จากยอดสั่งซื้อปูทะเลในปัจจุบันราว 2-3 ตันต่อเดือน และกลายเป็นปูดองเงินล้านในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปี

บนถนนเทศบาล 4 อ.ขลุง จ.จันทบุรี ร้านสีส้มสดใสสะดุดตา พร้อมด้วยปูดองตระการตาที่นอนแช่อยู่ในน้ำปลา ที่นี่คือต้นตำรับแห่งความสดเรียกพี่ ซึ่งมีเพ็ญพรรณ พงษ์ศิริ หรือพี่แหม่ม รับหน้าที่เป็นผู้บุกเบิกร้านปูดองคลองขลุงอันเลื่องชื่อ “ขลุงเป็นแหล่งปูทะเลที่มีคุณภาพดี สะอาด หอม ไข่เยอะ ด้วยที่ตั้งภูมิศาสตร์ที่ดี จันทบุรีมีทั้งน้ำทะเลและน้ำตก เมื่อน้ำจืดและน้ำเค็มมาเจอกัน ทำให้ความเค็มของน้ำลดลง ปูเลยเป็นของขึ้นชื่อของคลองขลุง” เธอกล่าว

 

ก่อนหน้าเริ่มต้นทำธุรกิจปูดอง เธอช่วยกิจการที่บ้านซึ่งเป็นล้งผลไม้ แต่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เธอเห็นกระแสปูดองฮิตติดลมบน คนจากกรุงเทพฯ มารับปูที่ขลุงไปดอง เธอเป็นคนต้นน้ำแท้ๆ รู้เรื่องปูดีกว่าใคร จึงอยากร่วมวงใน ‘โอกาส’ นี้บ้าง

ในระยะแรก พี่แหม่มเน้นขายลูกค้าในจังหวัด ทำเองเกือบทุกกระบวนการตั้งแต่รับซื้อ คัดไข่ นำไปพัก จนนำไปน็อคน้ำเย็น เธอเน้นย้ำว่า ความสะอาดต้องมาอันดับหนึ่ง และนั่นทำให้ปูไข่ดองคลองขลุงเป็นร้านปูดองเจ้าแรกที่ได้ใบรับรองจาก อย.

“พี่เชื่อว่าพี่สินค้าดีต้องมีที่ยืน เมื่อสินค้าเราดี คนจะแนะนำกันปากต่อปาก ต้องมีความจริงใจ ไข่ปูต้องเต็มกระดองเท่านั้น เราถึงขาย มีชาวประมงคัดมาให้จากทะเล ส่วนสูตรการดองนั้น ก็เริ่มจากสูตรที่เราชอบก่อน แต่ที่เรามาไกลได้ถึงทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณคำติของลูกค้าที่ทำให้เราพัฒนาจนลงตัวที่สุด” พี่แหม่มเผย

เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ปีแรกพี่แหม่มเริ่มขายในเฟซบุ๊กส่วนตัว มียอดขายหลักหมื่นต่อเดือน แต่เมื่อหักลบทุนแล้ว เรียกว่าแทบไม่มีกำไร บางวันเงียบมากจนมีคนมาขอเซ้งร้านต่อ แต่ด้วยเป้าหมายที่แน่วแน่ชัดเจน เธอบอกกับตัวเองในวันแรกของการเริมธุรกิจว่า เธอต้องการเห็นคนเต็มร้าน มีคนมารอคิวกินปูดอง เป็นปรากฎการณ์ใหม่ของ อ.ขลุง “ถ้ามาคลองขลุง ต้องมากินปูไข่ดองคลองขลุง ต้องการเป็นความภูมิใจ เป็นตำนานเเห่งความอร่อยของที่นี่” พี่แหม่มบอกด้วยสายตาอันมุ่งมั่น

แน่นอนว่าเส้นทางของพี่แหม่มย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอยอมรับว่าปีแรกเธอยังไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจนัก ใช้ใจทำล้วนๆ แต่ใจอย่างเดียวอาจไม่พอ เธอจึงแสวงหาองค์ความรู้ต่อยอดเข้ามาใช้ในการทำธุรกิจด้วย ประจวบกับในช่วงเดือนกันยายนปี 2560 เธอได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมกับทีม ‘ดีแทค เน็ตทำกิน’ โดยเริ่มเรียนตั้งแต่พื้นฐาน อาทิ การสร้างเพจเฟซบุ๊กสำหรับธุรกิจ การตลาดออนไลน์เบื้องต้น จนเธอสามารถสร้าง ‘ตัวตน’ เป็นที่รู้จักบนโซเชียลมีเดีย และทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง “ตอนแรกรู้สึกท้อ งานอาหารเป็นงานจุกจิก ธุรกิจปราบเซียน เรื่องสต๊อก ราคา ต้นทุน-กำไร การบริการต่างๆ แต่สิ่งที่ทำให้พี่สู้คือการไปให้ถึงเป้าหมาย” เธอกล่าว

แบรนด์สำคัญมาก

ช่วงหนึ่งของธุรกิจ เธอใช้วิธีการจำหน่ายผ่านตัวแทนเพื่อขยายธุรกิจ แต่พบว่าควบคุณภาพยากมาก ตัวแทนไม่รู้วิธีเก็บรักษา จึงมีเสียงสะท้อนจากลูกค้าในแง่ของคุณภาพ และบางช่วงที่ต้นทุนปูขึ้นไปกว่าเท่าตัว ก็ยังต้องทนขาดทุน เพื่อรักษาแบรนด์ เพราะถ้าหยุดจำหน่าย ปูไข่ดองคลองขลุงจะหายไปจากตลาดทันที

“เราลงทุนเรื่องแบรนด์ไปเยอะ โฆษณาเฟซบุ๊กพี่ยิงเอง ช่วงแรกๆ ก็มีพลาดบ้าง แต่ถือว่าเอาเงินไปซื้อลูกค้ามาก่อน ทุกวันนี้พี่แบ่งต้นทุนส่วนหนึ่งไว้เพื่อการตลาดเสมอ สื่อสารทุกวัน ไม่เคยหยุด ไม่เคยหนื่อย ใส่ความเป็นตัวเราเข้าไป ลูกค้ารับรู้ได้ พี่เชื่อ” เธอเน้นย้ำ

แม้ในช่วงโควิด-19 เธอยอมรับว่าช่วงแรกมีช็อคไปบ้าง แต่พอตั้งสติได้ สื่อสารการตลาดออนไลน์ออกไป ทำให้ปูไข่ดองของเธอขายดีจนมีไม่พอขาย และนี่ถือเป็นผลลัพธ์จากการที่เธอมี digital presence ที่ชัดเจนบนออนไลน์ มีเฟซบุ๊กแฟนเพจถึง 170,000 รายในวันนี้ ซึ่งเปรียบกับต้นทุนต่างๆ ที่เสียไปแล้วถือว่า “คุ้มมาก”

ทุกวันนี้ พี่แหม่มมียอดสั่งซื้อปูถึงเดือนละ 2-3 ตัน และเป้าหมายของการเป็นแลนด์มาร์คที่ขลุงก็ประสบความสำเร็จแล้ว นักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ จำนวนไม่น้อยตั้งใจเดินทางมาที่ขลุงเพื่อสัมผัสความสดและอร่อยของปูไข่ดองคลองขลุง ซึ่งในเร็วๆ นี้ เธอมีแผนการในการยกความสด-อร่อยที่ขึ้นชื่อของชาวจันทบุรีบุกกรุงเทพฯ “เมื่อก่อนการทำธุรกิจกว่าจะได้ทุกวันนี้อาจใช้เวลาหลายปี แต่ออนไลน์เป็นเหมือนทางลัด ทีนี้ก็เหลือเพียงว่า ‘ใจ’ พร้อมสู้หรือเปล่า” พี่แหม่มกล่าวทิ้งท้าย

ครงการ ดีแทค เน็ตทำกิน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้เข้าร่วมฝึกอบรม เพื่อพัฒนาทักษะและสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์ ติดตามเราได้ผ่านเพจเฟซบุ๊กhttps://www.facebook.com/dtacnetforliving/