ดีแทคประกาศมาตรการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส Covid-19 (ฉบับที่ 8) ภายในองค์กร วันที่ 3 มีนาคม 2563

จากสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งยอดจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงพิจารณาขอเพิ่มมาตรการ ดังนี้

1. พนักงานซึ่งมีแผนการเดินทางส่วนตัวไปยังต่างประเทศ ทุกกรณี ขอให้ปฏิบัติ ดังนี้

  • 1.1. รายงานการเดินทางไปยัง Head of Health & Safety ซึ่งรวมถึงพนักงานซึ่งอยู่ในระหว่างการเดินทางเมื่อประกาศฉบับนี้มีผล
  • 1.2. รายงานกับ Head of Health & Safety เมื่อเดินทางกลับมา โดยจะแจ้งแผนการรองรับพนักงานต่อไป

2. บริษัทพิจารณาขอปรับเปลี่ยนรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยง ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขและ WHO ดังนี้

1.ประเทศจีน5. สิงคโปร์9. อิตาลี

2. ฮ่องกง

6. เกาหลีใต้10. ฝรั่งเศส
3. มาเก๊า7. อิหร่าน11. เยอรมัน
4. ไต้หวัน8. ญี่ปุ่น

ทั้งนี้ มาตรการตามประกาศฉบับที่ 7 (26 กุมภาพันธ์ 2563) จะยังคงมีผลต่อเนื่อง ดังนี้

1. การเดินทางต่างประเทศในกิจการของบริษัท งดเดินทางไปต่างประเทศในทุกกรณี จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง

2. กรณีไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเดินทางส่วนตัวได้ ให้พนักงานปฎิบัติดังต่อไปนี้

  • 2.1.  ก่อนการเดินทางให้แจ้งผู้บังคับบัญชาโดยตรง Group Head และ Head of Health and Safety ทราบ
  • 2.2. เมื่อกลับมา ให้พนักงานเฝ้าระวังอาการอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน โดยใช้สิทธิ์การลาพักร้อน หรือ ลาโดยไม่รับค่าจ้าง ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
  • 2.3. กรณีที่พนักงานป่วย ให้ใช้สิทธิ์ลาป่วยตามที่แพทย์กำหนด โดยมีใบรับรองแพทย์ กรณีไม่ถึง 14 วัน ให้ใช้สิทธิ์ลาพักร้อน หรือลาไม่ได้รับค่าจ้าง
  • 2.4. เมื่อกลับมาทำงานวันแรก ให้พนักงานใส่หน้ากากอนามัยพร้อมตรวจวัดอุณหภูมิ โดยผู้บังคับบัญชาโดยตรงหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ

3. กรณีครอบครัวหรือผู้ติดต่อใกล้ชิดเดินทางไปและกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง

  • 3.1. ให้พนักงานปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง ใช้ของร่วมกัน หรือ อยู่ใกล้ชิด เป็นเวลา 14 วัน
  • 3.2. ให้พนักงานแจ้ง ผู้บังคับบัญชาโดยตรง และ Head of Health & Safety
  • 3.3. ใส่หน้ากากอนามัย พร้อมวัดอุณหภูมิร่างกายที่ห้องพยาบาลทุกวันเป็นเวลา 14 วัน

4. กรณีครอบครัวหรือผู้ติดต่อใกล้ชิดสัมผัสกับผู้ป่วยหรือผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังตามคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข (Patient under investigation) ให้ปฎิบัติตามข้อ 2.4 ของประกาศฉบับที่ 7

5. กรณีที่ต้องติดต่อลูกค้าหรือบุคคลที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้พนักงานปฏิบัติดังนี้

  • 5.1. งดรับการนัดหมายและพบปะโดยตรง (Face to Face)
  • 5.2. ใช้ช่องทางการสื่อสารทางอื่นแทน เช่น Teleconference, VDO call เป็นต้น

6. สำหรับบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในสถานที่ประกอบการของบริษัททุกพื้นที่ เช่น vendor, outsources, consultants เป็นต้น ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดแจ้งเกณฑ์การปฎิบัติตามประกาศนี้ให้ทราบ เพื่อถือปฎิบัติเช่นเดียวกัน

7. งดจัดประชุมหรือกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศมากกว่า 15 คนขึ้นไป ยกเว้นการประชุมหรือกิจกรรมที่ได้รับการอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจัดประชุมหรือกิจกรรมตามที่กล่าวมา ให้ขออนุมัติจากGroup Head และ Head of Health & Safety 

8. บริษัทแนะนำให้งดการพาสมาชิกในครอบครัวมายังสถานที่ประกอบการของบริษัททุกพื้นที่

9. หากพบว่าตนเองมีอาการป่วยหรือพบผู้ต้องสงสัย ให้ รีบพบแพทย์ และแจ้งผู้บังคับบัญชาโดยตรง และ Head of Health & Safety

ทั้งนี้ บริษัทขอความร่วมมือให้พนักงานทุกท่านปฏิบัติตามมาตราการนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพของตัวท่านเองและส่วนรวม

กรณีพนักงานไม่แจ้งข้อมูลการเดินทางและปฏิบัติตามมาตรการที่ประกาศไว้ข้างต้น หากบริษัทตรวจทราบภายหลัง บริษัทถือว่าฝ่าฝืนคำสั่ง ซึ่งจะถูกดำเนินการทางวินัย

ในส่วนของผู้บังคับบัญชาโดยตรงมีหน้าที่ดูแล รับผิดชอบ และตรวจสอบ ให้พนักงานปฎิบัติตามข้อกำหนดของบริษัท กรณีผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่ปฎิบัติตามข้อกำหนด บริษัทถือว่าฝ่าฝืนคำสั่งเช่นกัน

มาตรการนี้มีผลตั้งแต่ วันที่ 4 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งทางบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบอีกครั้ง

 

ด้วยความห่วงใย

กลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล